ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พาณิชย์นำผู้ส่งออกกว่า 20 รายลุยมัลดีฟส์ อาหาร เครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์ก่อสร้าง คาร์แคร์ ลู่ทางดี สั่งซื้อกว่า 46 ล้านบาท


นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการนำคณะผู้แทนการค้าสินค้าอาหารและอุตสาหกรรมจำนวน 22 บริษัท เดินทางไปเจรจาการค้าในงาน Maldives-Thailand Business Matching Forum ครั้งที่ 3 ณ กรุงมาเล่ สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เมื่อปลายเดือนกันยายน 2560 ที่ผ่านมาว่า การเจรจาการค้าในครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีนักธุรกิจ มัลดีฟส์เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 50 บริษัท เกิดมูลค่าการค้าทันทีและคาดว่าจะมียอดสั่งซื้อภายใน 1 ปี รวมทั้งสิ้น 1,366,400 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 46 ล้านบาท สินค้าที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม อุปกรณ์คาร์แคร์ อุปกรณ์ภายในห้องน้ำ/ห้องครัว เครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์ทำความเย็น เป็นต้น

“เป้าหมายการจัดการเจรจาการค้าในครั้งนี้ เพื่อตอบสนองต่อการขยายตัวในภาคอุตสาหกรรม ชุมชนเมือง การสร้างเมืองใหม่ การก่อสร้าง โรงแรมและรีสอร์ท และโครงสร้างพื้นฐานของมัลดีสฟ์ รวมถึงการสร้างเครือข่ายการค้าระหว่างไทย – มัลดีฟส์ ให้เกิดการซื้อขายโดยตรงระหว่างกัน ลดการค้าผ่านประเทศที่สาม และการเพิ่มมูลค่าการค้าให้ถึงเป้าหมาย 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2561 ตามที่ทั้งสองประเทศได้กำหนดไว้” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าว

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจนไน ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจของมัลดีฟส์ จัดงาน Maldives-Thailand Business Matching Forum ขึ้นเป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2560 ณ กรุงมาเล่ สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมโครงการแบ่งเป็นกลุ่มสินค้าอาหาร 11 บริษัท กลุ่มยานยนต์ 4 บริษัท อุปกรณ์ก่อสร้าง 4 บริษัท และเครื่องทำความเย็น 3 บริษัท รวม 22 บริษัท โดยต่างมีความพึงพอใจในผลการเจรจาการค้า และได้ตั้งข้อสังเกตว่า ถึงแม้จะมีอุปสรรคด้านการขนส่ง ด้านอัตราภาษีนำเข้า และด้านราคาสินค้า แต่สินค้าไทยมีจุดเด่นในเรื่องคุณภาพและความหลากหลาย จึงทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด

อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าวในตอนท้ายว่า มัลดีฟส์เป็นตลาดที่มีศักยภาพ เนื่องจากเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากต่างประเทศ มีการก่อสร้างเมืองใหม่ และโรงแรมรีสอร์ทต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและธุรกิจท่องเที่ยว จึงเป็นโอกาสอันดีของผู้ประกอบการไทยและสินค้าไทย

สำหรับการค้าระหว่างไทยและมัลดีฟส์ ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2560 (มกราคม – สิงหาคม) มีมูลค่ารวม 120.56 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แบ่งเป็นไทยส่งออกไปยังมัลดีฟส์ 58.96 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์พลาสติก รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม ปูนซีเมนต์ และเหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ ในขณะที่ไทยนำเข้าจากมัลดีฟส์ 61.60 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป

* * * * * * *

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สถาบันอาหาร - OTAGAI Forum Association ทำ MOU แลกเปลี่ยนข้อมูลหนุนเอสเอ็มอีไทย-ญี่ปุ่น

นายบรรสาน  บุนนาค เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว   (แถวยืนที่  4  จากซ้าย) ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามความร่วมมือบันทึกข้อตกลง (MOU)   ระหว่าง  นา ยยงวุฒิ   เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (แถวนั่งขวา)   และ Mr.Daisuke Matsushima, Joint CEO of Otagai Forum Association   (แถวนั่งซ้าย)  โดยมี ผู้แทนจาก  OTAGAI Forum Association  และ ผู้แทนจ ากสถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ให้เกียรติร่วมงาน  ณ สถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว   ประเทศญี่ปุ่น  เมื่อเร็วๆ นี้    เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการ แลกเปลี่ยนข้อมูลและกิจกรรมที่สนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยและญี่ปุ่นได้ใช้ประโยชน์ ภายใต้  OTAGAI  Project  ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ทั้งสองประเทศเกิดการพัฒนาธุรกิจ ระดับเอสเอ็มอี ใหม่ๆ   ในอนาคต

สถาบันอาหาร ทำ MOU กับ TAITRA ส่งเสริมการค้าการลงทุนด้านอาหารระหว่างไทย-ไต้หวัน

นายยงวุฒิ   เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม(คนขวา) และ               มร.ไซมอน หวัง รองประธานกรรมการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออก...

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จับมือสถาบันอาหาร ยกระดับคลัสเตอร์ผลไม้แปรรูปชายฝั่งตะวันออก มอบเครื่องหมาย “ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูประดับคุณภาพดีเยี่ยม” มุ่งมาตรฐานส่งออก

  รร.มณีจันท์รีสอร์ท  จ. จันทบุรี///   กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  ร่วมกับ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม  จัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณและเครื่องหมาย  “ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูประดับคุณภาพดีเยี่ยม”   หรือ  ECF  เพื่อการันตีคุณภาพมาตรฐานส่งออก มีผู้ประกอบการผ่านการคัดสรร  11  ราย รวม  16  ผลิตภัณฑ์      ทุเรียน แปรรูป มาแรงคว้าไป  8  ผลิตภัณฑ์ ที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์จาก กล้วยหอม ขนุน  มังคุด และลูกสำรอง  หนุนสมาชิกคลัสเตอร์ผลไม้แปรรูป พื้นที่ชายฝั่งภา คต ะวันออก ( ระยอง   จันทบุรี   และตราด )   ให้พัฒนาตนเองทั้งด้านการผลิตและการตลาด มุ่ง สร้างภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ผลไม้คุณภาพและขยายช่องทางการจำหน่าย       เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ของสมาชิกให้แข่งขันกันพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่ม สามารถสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้แก่สมาชิกคลัสเตอร์และเครือข่ายอย่างยั่งยืน  ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ  9 นางกานต์เปรมปรีดิ์ ชิตานนท์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี  ...