ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กสอ. ชี้คนเวียดนามชอบสินค้าไทย รุกติดปีกอาวุธทางปัญญาดัน SMEs ไทย โกยตลาดเวียดนาม


กรุงเทพฯ มีนาคม 2559 – กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ) กระทรวงอุตสาหกรรม แนะผู้ประกอบการไทยเปิดตลาดเวียดนาม ติวเข้มผ่านโครงการ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs สู่ตลาดเวียดนาม” โดยให้ความรู้ด้านการพัฒนาสินค้าและตราสินค้า การเจรจาทางการค้า การหาช่องทางในการกระจายสินค้า ฯลฯ ทั้งนี้ อุตสาหกรรมไทยที่มีโอกาสเติบโตในตลาดเวียดนาม ได้แก่ ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง เครื่องสำอาง เครื่องหนัง และเสื้อผ้า เป็นต้น

ดร.สมชาย หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า  สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นับเป็นประเทศคู่ค้าของไทยอันดับที่ 4 ในกลุ่มอาเซียน โดยการค้าระหว่างไทยและเวียดนามปี 2557 มีมูลค่าประมาณ 11,826 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 13.61(ที่มา : กรมศุลกากร) และมีการส่งออกสินค้าไปเวียดนามประมาณ 2 แสนล้านบาท ขณะที่การค้ารวมระหว่างไทยและภูมิภาคอาเซียนมีมูลค่า 14,451.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีสัดส่วน 19.21% ของการค้าไทยทั้งหมดทั่วโลก จึงนับว่าอาเซียนเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทยที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุด นอกจากนี้ ภายหลังการเปิด AEC ผู้ประกอบการไทยมีแนวโน้มเปิดตลาดในอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศเวียดนามที่มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีอัตรา การเติบโตทางเศรษฐกิจประมาณ 7.5 % ต่อปี นอกจากนี้ยังมีการขยายตัวของคนรุ่นใหม่และชนชั้นกลางที่มีรายได้และกำลังซื้อสูงต่อเนื่อง ซึ่งคนกลุ่มนี้นิยมสินค้าไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณภาพและตราสินค้า         เป็นที่น่าเชื่อถือและมีความหลายหลาย ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดในเวียดนามที่ยังมีความหลากหลายของสินค้าน้อย จึงนับเป็นช่องทางของผู้ประกอบการไทยในการขยายช่องทางการค้าและการลงทุนไปเวียดนาม โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง เครื่องสำอาง เครื่องหนัง เสื้อผ้า กาแฟ เป็นต้น 

ดังนั้น กสอ. ได้เล็งเห็นความสำคัญของตลาดเวียดนาม ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด จึงเร่งให้การส่งเสริมผู้ประกอบการไทยเปิดตลาดเวียดนาม ผ่านโครงการ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs สู่ตลาดเวียดนาม” ซึ่งเป็นโครงการให้ความรู้เกี่ยวกับการเจาะตลาดและการทำธุรกิจในเวียดนามเชิงลึก อาทิ การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) การวางแผนกลยุทธ์การตลาด การพัฒนาสินค้าและตราสินค้าเพื่อรองรับตลาดเวียดนาม การเจรจาทางการค้า และการหาช่องทางในการกระจายสินค้า เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความรู้และเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายตลาดสู่ประเทศเวียดนามยิ่งขึ้นต่อไป  

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs สู่ตลาดเวียดนามและประเทศในกลุ่มอาเซียน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คุณพิชญา โทรศัพท์ 0 2 202 4531 085 183 9202 หรือเว็บไซต์ www.dip.go.th




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สถาบันอาหาร - OTAGAI Forum Association ทำ MOU แลกเปลี่ยนข้อมูลหนุนเอสเอ็มอีไทย-ญี่ปุ่น

นายบรรสาน  บุนนาค เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว   (แถวยืนที่  4  จากซ้าย) ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามความร่วมมือบันทึกข้อตกลง (MOU)   ระหว่าง  นา ยยงวุฒิ   เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (แถวนั่งขวา)   และ Mr.Daisuke Matsushima, Joint CEO of Otagai Forum Association   (แถวนั่งซ้าย)  โดยมี ผู้แทนจาก  OTAGAI Forum Association  และ ผู้แทนจ ากสถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ให้เกียรติร่วมงาน  ณ สถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว   ประเทศญี่ปุ่น  เมื่อเร็วๆ นี้    เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการ แลกเปลี่ยนข้อมูลและกิจกรรมที่สนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยและญี่ปุ่นได้ใช้ประโยชน์ ภายใต้  OTAGAI  Project  ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ทั้งสองประเทศเกิดการพัฒนาธุรกิจ ระดับเอสเอ็มอี ใหม่ๆ   ในอนาคต

สถาบันอาหาร ทำ MOU กับ TAITRA ส่งเสริมการค้าการลงทุนด้านอาหารระหว่างไทย-ไต้หวัน

นายยงวุฒิ   เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม(คนขวา) และ               มร.ไซมอน หวัง รองประธานกรรมการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออก...

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จับมือสถาบันอาหาร ยกระดับคลัสเตอร์ผลไม้แปรรูปชายฝั่งตะวันออก มอบเครื่องหมาย “ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูประดับคุณภาพดีเยี่ยม” มุ่งมาตรฐานส่งออก

  รร.มณีจันท์รีสอร์ท  จ. จันทบุรี///   กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  ร่วมกับ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม  จัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณและเครื่องหมาย  “ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูประดับคุณภาพดีเยี่ยม”   หรือ  ECF  เพื่อการันตีคุณภาพมาตรฐานส่งออก มีผู้ประกอบการผ่านการคัดสรร  11  ราย รวม  16  ผลิตภัณฑ์      ทุเรียน แปรรูป มาแรงคว้าไป  8  ผลิตภัณฑ์ ที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์จาก กล้วยหอม ขนุน  มังคุด และลูกสำรอง  หนุนสมาชิกคลัสเตอร์ผลไม้แปรรูป พื้นที่ชายฝั่งภา คต ะวันออก ( ระยอง   จันทบุรี   และตราด )   ให้พัฒนาตนเองทั้งด้านการผลิตและการตลาด มุ่ง สร้างภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ผลไม้คุณภาพและขยายช่องทางการจำหน่าย       เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ของสมาชิกให้แข่งขันกันพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่ม สามารถสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้แก่สมาชิกคลัสเตอร์และเครือข่ายอย่างยั่งยืน  ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ  9 นางกานต์เปรมปรีดิ์ ชิตานนท์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี  ...