ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กสอ. หารือญี่ปุ่น อัพสปีด อุตสาหกรรม S-Curve

กรุงเทพฯ 15 กุมภาพันธ์ 2559–  นายประสงค์ นิลบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประชุมร่วมกับ  นายอะคิมาสะ ยามาชิตะ (Mr. Akimasa Yamashita) รองผู้ว่าราชการจังหวัดเกียวโต พร้อมคณะผู้ประกอบการจากจังหวัดเกียวโต พร้อมหารือร่วมกัน ในประเด็นต่าง ๆ ร่วมกัน อาทิ จังหวัดเกียวโตอยู่ระหว่างการจัดเตรียมงาน Kyoto Smart City Expo 2016 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 มิถุนายน 2559 ดำเนินการใน 3 แนวคิด ได้แก่ Smart Technology, Smart Healthcare และ Smart Agriculture พร้อมเตรียม พิจารณาผู้ประกอบการ SMEs ไทย ที่ดำเนินธุรกิจหรือมีงานวิจัยหรือนวัตกรรมที่สอดคล้องกับทั้ง 3 แนวคิดข้างต้น เข้าร่วมงานทั้งในการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) หรือออกร้านจำหน่ายสินค้า นอกจากนี้ยังขอให้ กรมฯเป็นตัวกลางประสานงานกับมหาวิทยาลัยต่างๆ  และหน่วยงานรัฐที่มีงานวิจัย หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ สามารถนำมาจัดแสดงหรือเสนอในงานดังกล่าวได้ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางนวัตกรรมและงานวิจัยร่วมกัน และอาจก่อให้เกิดการต่อยอดในการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมชั้นสูงอื่น ๆ ต่อไปอนาคต

นายประสงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เนื่องจากจังหวัดเกียวโตมีสภาพอากาศไม่เหมาะสมในการปลูกหม่อนเลี้ยง จึงมีอุปสรรคในการพัฒนาอุตสาหกรรมไหม ทางจังหวัดเกียวโตจึงมีนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมไหมร่วมกับประเทศไทย โดยตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหรรมไหมของทั้ง 2 ประเทศ ให้สามารถขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น การแพทย์และอาหาร นอกเหนือจากแค่อุตสาหรกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเพียงอย่างเดียว โดยผู้ประกอบการจากจังหวัดเกียวโต เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย เพราะไทยมีรากฐานการผลิตไหมที่เข้มแข็ง มีชื่อเสียงด้านการเลี้ยงไหม และผ้าไหมไทยมีคุณภาพดี มีความแวววาวที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษ และได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภคในต่างประเทศ โดยหวังว่าหากประเทศไทย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและจังหวัดเกียวโตร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าว น่าจะก่อให้เกิดการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 

ตามที่รัฐบาลได้วางเป้าหมายในการยกระดับอุตสาหกรรม SMEs ของไทย ให้ก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตของเทคโนโลยีขั้นสูง การที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่นจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน พึ่งพาซึ่งกันและกัน ในการพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งจังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เป็นจังหวัดที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมชั้นสูง เช่น เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ พลังงานทดแทน หุ่นยนต์ และอุตสาหรกรรมสิ่งทอและเคมีภัณฑ์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงอุตสาหรกรรมที่มีนโยบายปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 กลุ่ม หรือ S-Curve ซึ่งเป็นโอกาสดีที่อุตสาหกรรมในประเทศไทยจะได้เรียนรู้นวัตกรรมชั้นสูงจากญี่ปุ่นเพื่อนำมาปรับใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศต่อไป นายประสงค์ กล่าว

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศูนย์ธุรกิจอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) สามารถสอบถามได้ที่ โทร.2202 4426-7 หรือเข้าไปที่ www.dip.go.th หรืwww.facebook.com/dip.pr

 







ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สถาบันอาหาร - OTAGAI Forum Association ทำ MOU แลกเปลี่ยนข้อมูลหนุนเอสเอ็มอีไทย-ญี่ปุ่น

นายบรรสาน  บุนนาค เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว   (แถวยืนที่  4  จากซ้าย) ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามความร่วมมือบันทึกข้อตกลง (MOU)   ระหว่าง  นา ยยงวุฒิ   เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (แถวนั่งขวา)   และ Mr.Daisuke Matsushima, Joint CEO of Otagai Forum Association   (แถวนั่งซ้าย)  โดยมี ผู้แทนจาก  OTAGAI Forum Association  และ ผู้แทนจ ากสถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ให้เกียรติร่วมงาน  ณ สถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว   ประเทศญี่ปุ่น  เมื่อเร็วๆ นี้    เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการ แลกเปลี่ยนข้อมูลและกิจกรรมที่สนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยและญี่ปุ่นได้ใช้ประโยชน์ ภายใต้  OTAGAI  Project  ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ทั้งสองประเทศเกิดการพัฒนาธุรกิจ ระดับเอสเอ็มอี ใหม่ๆ   ในอนาคต

สถาบันอาหาร ทำ MOU กับ TAITRA ส่งเสริมการค้าการลงทุนด้านอาหารระหว่างไทย-ไต้หวัน

นายยงวุฒิ   เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม(คนขวา) และ               มร.ไซมอน หวัง รองประธานกรรมการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออก...

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จับมือสถาบันอาหาร ยกระดับคลัสเตอร์ผลไม้แปรรูปชายฝั่งตะวันออก มอบเครื่องหมาย “ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูประดับคุณภาพดีเยี่ยม” มุ่งมาตรฐานส่งออก

  รร.มณีจันท์รีสอร์ท  จ. จันทบุรี///   กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  ร่วมกับ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม  จัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณและเครื่องหมาย  “ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูประดับคุณภาพดีเยี่ยม”   หรือ  ECF  เพื่อการันตีคุณภาพมาตรฐานส่งออก มีผู้ประกอบการผ่านการคัดสรร  11  ราย รวม  16  ผลิตภัณฑ์      ทุเรียน แปรรูป มาแรงคว้าไป  8  ผลิตภัณฑ์ ที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์จาก กล้วยหอม ขนุน  มังคุด และลูกสำรอง  หนุนสมาชิกคลัสเตอร์ผลไม้แปรรูป พื้นที่ชายฝั่งภา คต ะวันออก ( ระยอง   จันทบุรี   และตราด )   ให้พัฒนาตนเองทั้งด้านการผลิตและการตลาด มุ่ง สร้างภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ผลไม้คุณภาพและขยายช่องทางการจำหน่าย       เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ของสมาชิกให้แข่งขันกันพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่ม สามารถสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้แก่สมาชิกคลัสเตอร์และเครือข่ายอย่างยั่งยืน  ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ  9 นางกานต์เปรมปรีดิ์ ชิตานนท์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี  ...