ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กสอ. ชูโมเดลญี่ปุ่น “อุตสาหกรรมที่ 6” เร่งพัฒนาผู้ประกอบการภาคเกษตร

         กรุงเทพฯ 25 มกราคม 2559– กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เผยแนวทางการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรให้สามารถจำหน่ายได้ด้วยตนเอง ด้วยโมเดลสูตรผสม “อุตสาหกรรมที่ 6” (‘sixth’industrialization) ซึ่งเป็นการนำผู้ประกอบการภาคการเกษตร ภาคการผลิตและแปรรูป และภาคการตลาดนำมารวมเป็นแนวคิด “1x2x3=6”โดยนำร่องฝึกอบรมภายใต้หลักสูตร การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากข้าว ให้กับกลุ่มเกษตรกรข้าวในพื้นที่ภาคกลาง จำนวนกว่า 100 ราย ทั้งนี้ คาดว่าจะเกิดการคิดค้นและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่หลากหลาย สามารถพลิกจากการเป็นแค่เกษตรกรให้กลายเป็นผู้ประกอบการได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป

ดร.สมชาย หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากความสำเร็จในการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรของประเทศญี่ปุ่น ให้มีความสามารถเป็นผู้ประกอบการได้ด้วยตนเองโดยนำแนวคิดการศึกษาเรียนรู้อุตสาหกรรมที่6 (‘sixth’industrialization) ซึ่งเป็นนิยามของศาสตราจารย์ นาราโอมิ อิมามุระ มหาวิทยาลัยโตเกียว ที่เป็นการนำกิจการประเภทที่ 1 คือ ผู้ประกอบการภาคการเกษตร ประเภทที่คือภาคการผลิตและแปรรูป และประเภทที่ 3 คือภาคการตลาดมารวมเข้าด้วยกันเป็นสูตรผสม“1x2x3=6” เริ่มตั้งแต่การที่ผู้ประกอบการภาคเกษตรกรรมผลิตผลิตผลทางการเกษตร ต่อด้วยการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับตลาด และสุดท้ายสามารถเป็นผู้จำหน่ายผลผลิตได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้ปฏิบัติขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งจะกลายเป็น 0 ทั้งหมดก็จะกลายเป็น 0 ด้วยเช่นกัน ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีองค์ความรู้ในด้านการประกอบธุรกิจครบทุกด้านจึงจะสามารถประกอบการได้อย่างยั่งยืน

ด้วยแนวคิดดังกล่าว กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) จึงวางกลยุทธ์ผลักดันให้ผู้ประกอบการภาคเกษตรของไทยมุ่งสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสามารถแข่งขันได้ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน นำร่องจัดฝึกอบรมหลักสูตร “การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากข้าว” ให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต้นน้ำ (เกษตรกร) ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม สุพรรณบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี จำนวนกว่า 100 คน เพื่อให้การส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการภาคเกษตรได้มีการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการในอนาคต โดยมุ่งเน้นการสร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการ การบริหารจัดการ การเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยการแปรรูปอาหารจากข้าวและการวางกลยุทธ์การขายและจำหน่ายสินค้านอกจากนี้ยังได้สอดแทรกวิชาชีพเสริมจากการทำนาอื่นๆไว้ด้วย เช่น การใช้ประโยชน์จากพื้นที่คันนาในการปลูกผัก และการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ตลอดจนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีความสามารถในการเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจของตนเองได้ต่อไป ดร.สมชายกล่าว

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจโครงการต่างๆ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระราม 6กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2202 4414-17หรือเข้าไปที่ www.dip.go.thหรือwww.facebook.com/dip.pr



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สถาบันอาหาร - OTAGAI Forum Association ทำ MOU แลกเปลี่ยนข้อมูลหนุนเอสเอ็มอีไทย-ญี่ปุ่น

นายบรรสาน  บุนนาค เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว   (แถวยืนที่  4  จากซ้าย) ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามความร่วมมือบันทึกข้อตกลง (MOU)   ระหว่าง  นา ยยงวุฒิ   เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (แถวนั่งขวา)   และ Mr.Daisuke Matsushima, Joint CEO of Otagai Forum Association   (แถวนั่งซ้าย)  โดยมี ผู้แทนจาก  OTAGAI Forum Association  และ ผู้แทนจ ากสถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ให้เกียรติร่วมงาน  ณ สถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว   ประเทศญี่ปุ่น  เมื่อเร็วๆ นี้    เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการ แลกเปลี่ยนข้อมูลและกิจกรรมที่สนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยและญี่ปุ่นได้ใช้ประโยชน์ ภายใต้  OTAGAI  Project  ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ทั้งสองประเทศเกิดการพัฒนาธุรกิจ ระดับเอสเอ็มอี ใหม่ๆ   ในอนาคต

สถาบันอาหาร ทำ MOU กับ TAITRA ส่งเสริมการค้าการลงทุนด้านอาหารระหว่างไทย-ไต้หวัน

นายยงวุฒิ   เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม(คนขวา) และ               มร.ไซมอน หวัง รองประธานกรรมการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออก...

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จับมือสถาบันอาหาร ยกระดับคลัสเตอร์ผลไม้แปรรูปชายฝั่งตะวันออก มอบเครื่องหมาย “ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูประดับคุณภาพดีเยี่ยม” มุ่งมาตรฐานส่งออก

  รร.มณีจันท์รีสอร์ท  จ. จันทบุรี///   กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  ร่วมกับ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม  จัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณและเครื่องหมาย  “ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูประดับคุณภาพดีเยี่ยม”   หรือ  ECF  เพื่อการันตีคุณภาพมาตรฐานส่งออก มีผู้ประกอบการผ่านการคัดสรร  11  ราย รวม  16  ผลิตภัณฑ์      ทุเรียน แปรรูป มาแรงคว้าไป  8  ผลิตภัณฑ์ ที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์จาก กล้วยหอม ขนุน  มังคุด และลูกสำรอง  หนุนสมาชิกคลัสเตอร์ผลไม้แปรรูป พื้นที่ชายฝั่งภา คต ะวันออก ( ระยอง   จันทบุรี   และตราด )   ให้พัฒนาตนเองทั้งด้านการผลิตและการตลาด มุ่ง สร้างภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ผลไม้คุณภาพและขยายช่องทางการจำหน่าย       เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ของสมาชิกให้แข่งขันกันพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่ม สามารถสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้แก่สมาชิกคลัสเตอร์และเครือข่ายอย่างยั่งยืน  ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ  9 นางกานต์เปรมปรีดิ์ ชิตานนท์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี  ...