ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแนะใช้โลจิสติกส์การค้าเป็นกลยุทธ์นำร่องผลักดันให้ประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นประเทศการค้าเต็มตัว

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแนะใช้โลจิสติกส์การค้าเป็นกลยุทธ์นำร่องผลักดันให้ประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นประเทศการค้าเต็มตัว พร้อมจัดสัมมนาชี้แนะเคล็ดลับใช้ประโยชน์จาก AEC และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เชื่อมั่นว่าโอกาสของผู้ประกอบการไทยประสบความสำเร็จบนเวทีการค้าโลกมีสูง

 

ร้อยเอกสุวิพันธุ์ ดิษยมณฑล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาการพาณิชย์ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “Logistics Excellence Solution 2015” ภายใต้แนวคิด “TOWARDS A TRADING NATION BY 2020

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และพัฒนาระบบโลจิสติกส์การค้า ตลอดจนการบริหารจัดการต้นทุนด้านโลจิกสติกส์ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกิจการค้าในปัจจุบันที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ประกอบกับนโยบายการเปิดเสรีการค้าภายใต้กรอบ AEC ซึ่งประเทศไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนมีข้อตกลงร่วมกัน เพื่อลดข้อจำกัดในด้านต่าง ๆ ระหว่างกันในอาเซียน โดยจะมีการรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) อย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2558 ส่งผลให้ประเทศสมาชิกสามารถเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานที่มีทักษะและเงินทุนตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ได้อย่างเสรี ซึ่งจะทำให้ขอบเขตการค้าการลงทุนมีการขยายตัวสู่ประชาคมอาเซียนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการมีประชากรมากกว่า 600 ล้านคนของทุกประเทศในประชาคมต่างมีโอกาสขยายตัวทางเศรษฐกิจและธุรกิจการค้าอย่างมหาศาล และมีโอกาสเลือกใช้ทรัพยากรทั้งวัตถุดิบและแรงงานในประเทศสมาชิกได้อย่างคุ้มค่า ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสามารถแข่งขันได้และสามารถสร้างอำนาจในการเจรจาต่อรองของอาเซียนในเวทีโลกได้

การที่ประเทศไทยจะเป็น Trading Nation ได้นั้น หมายความว่า ศักยภาพของผู้ประกอบการที่จะต้องพัฒนาตนเองจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต (Production Man) ก้าวสู่การเป็นนักลงทุนระหว่างประเทศ (Marketing Man) มีความสามารถในการบริหารจัดการ มีทักษะในการประกอบธุรกิจ มีวิสัยทัศน์ที่สามารถมองเห็นโอกาสและความท้าทายในอนาคต รวมทั้งต้องสามารถปรับตัวและกำหนดกลยุทธ์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิผล เป้าหมายของการเป็น Trading Nation ที่สามารถวัดได้ คือ ผู้ประกอบการไทยต้องเป็นเจ้าของกิจการและดำเนินกิจกรรมเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น การออกแบบ การจัดจำหน่าย การสร้างแบรนด์ การบริการหลังการขาย เป็นต้น

ดังนั้น ประเทศไทยจะต้องมีความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อเป็น Trading Nation โดยการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในการจัดทำ Thailand Logistics model & Transportation multimode for Excellence Solution 2020 (ทางถนน ทางราง ทางเรือ ทางเครื่องบิน) ของประเทศไทนอกจากนั้น จะต้องสนับสนุนการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมและบริการในระดับโซ่อุปทาน (Supply Chain Clusters) จะส่งผลให้การประกอบธุรกิจเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด รวดเร็ว และตรงตามความต้องการของผู้บริโภคในทุกระดับ  และการสนับสนุนการใช้ DigitalEconomy เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ลดต้นทุนและเพิ่มความน่าเชื่อถือ ในการประกอบธุรกิจไม่ว่าในด้านการผลิต ด้านการขาย มีข้อมูลในการตัดสินใจ และการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ซึ่งจะช่วยอำนวยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีมูลค่าเพิ่มและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

โดยภาครัฐมีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของการเป็น Trading Nation เพื่อบูรณาการการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมีความชัดเจนและสามารถประเมินผลได้ มีการกำหนดกลยุทธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเป็นประเทศการค้าในภูมิภาคและระดับโลก โดยร่วมมือกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนตามความเชี่ยวชาญและความสามารถของประเทศ มองตลาดโลกเป็นตลาดเป้าหมาย และมีความสามารถจัดหาทรัพยากรได้จากทุกที่ทั่วโลก 

สำนักธุรกิจบริการและโลจิสติกส์การค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเป็นผู้ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ และพัฒนาระบบโลจิสติกส์การค้า ได้กำหนดจัดงานสัมมนา "Logistics Excellence Solution 2015" ภายใต้แนวคิด TOWARDS A TRADING NATION BY 2020” (ก้าวสู่ความเป็นผู้นำทางการค้าโลกในปี 2020) ระหว่างวันที่ 2 - 4 มิถุนายน 2558 ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม AB โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลลาดพร้าว เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาทักษะ ความรู้ความเข้าใจ และความสามารถในด้านการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์และซัพพลายเชนให้กับผู้ประกอบการของไทย ทั้งผู้ให้บริการโลจิสติกส์และผู้ใช้บริการโลจิสติกส์ ให้เป็น SMART Logistics and Supply Chain เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำทางการค้าโลกในปี 2020 ประกอบด้วย 

S-SYNERGY STRATEGY LOGISTICS SERVICE PROVIDER

(การกำหนดกลยุทธ์ร่วมกันเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศในการให้บริการโลจิสติกส์การค้าที่มีศักยภาพสูง)

M  -MANAGEMENT VALUE CHAIN CLUSTER 

(การสร้างเครือข่ายผู้ให้บริการและผู้รับบริการด้านโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ)

A  -AEC TRADE LOGISTICS HUB

(การมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์การค้าของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน)

R  -RENOVATION FOR BETTER SERVICES & BEST PRACTICE

(การปรับปรุงการให้บริการโลจิสติกส์การค้าที่ดีเลิศ และเป็นแบบอย่าง)

T  -TOOLS (ICT AND INNOVATION)

(การนำเครื่องมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้สนับสนุนการบริหารจัดการโลจิสติกส์การค้า)

นำโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมากมาย อาทิเช่น ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ผู้อำนวยการสถาบัน Sasin Institute for Global Affairs (SIGA) และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทย สภาปฏิรูปแห่งชาติ คุณนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้ทางเรือแห่งประเทศไทย และวิทยากรที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย                                  



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สถาบันอาหาร - OTAGAI Forum Association ทำ MOU แลกเปลี่ยนข้อมูลหนุนเอสเอ็มอีไทย-ญี่ปุ่น

นายบรรสาน  บุนนาค เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว   (แถวยืนที่  4  จากซ้าย) ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามความร่วมมือบันทึกข้อตกลง (MOU)   ระหว่าง  นา ยยงวุฒิ   เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (แถวนั่งขวา)   และ Mr.Daisuke Matsushima, Joint CEO of Otagai Forum Association   (แถวนั่งซ้าย)  โดยมี ผู้แทนจาก  OTAGAI Forum Association  และ ผู้แทนจ ากสถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ให้เกียรติร่วมงาน  ณ สถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว   ประเทศญี่ปุ่น  เมื่อเร็วๆ นี้    เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการ แลกเปลี่ยนข้อมูลและกิจกรรมที่สนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยและญี่ปุ่นได้ใช้ประโยชน์ ภายใต้  OTAGAI  Project  ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ทั้งสองประเทศเกิดการพัฒนาธุรกิจ ระดับเอสเอ็มอี ใหม่ๆ   ในอนาคต

สถาบันอาหาร ทำ MOU กับ TAITRA ส่งเสริมการค้าการลงทุนด้านอาหารระหว่างไทย-ไต้หวัน

นายยงวุฒิ   เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม(คนขวา) และ               มร.ไซมอน หวัง รองประธานกรรมการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออก...

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จับมือสถาบันอาหาร ยกระดับคลัสเตอร์ผลไม้แปรรูปชายฝั่งตะวันออก มอบเครื่องหมาย “ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูประดับคุณภาพดีเยี่ยม” มุ่งมาตรฐานส่งออก

  รร.มณีจันท์รีสอร์ท  จ. จันทบุรี///   กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  ร่วมกับ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม  จัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณและเครื่องหมาย  “ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูประดับคุณภาพดีเยี่ยม”   หรือ  ECF  เพื่อการันตีคุณภาพมาตรฐานส่งออก มีผู้ประกอบการผ่านการคัดสรร  11  ราย รวม  16  ผลิตภัณฑ์      ทุเรียน แปรรูป มาแรงคว้าไป  8  ผลิตภัณฑ์ ที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์จาก กล้วยหอม ขนุน  มังคุด และลูกสำรอง  หนุนสมาชิกคลัสเตอร์ผลไม้แปรรูป พื้นที่ชายฝั่งภา คต ะวันออก ( ระยอง   จันทบุรี   และตราด )   ให้พัฒนาตนเองทั้งด้านการผลิตและการตลาด มุ่ง สร้างภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ผลไม้คุณภาพและขยายช่องทางการจำหน่าย       เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ของสมาชิกให้แข่งขันกันพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่ม สามารถสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้แก่สมาชิกคลัสเตอร์และเครือข่ายอย่างยั่งยืน  ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ  9 นางกานต์เปรมปรีดิ์ ชิตานนท์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี  ...